หัวข้อธรรม

จิต กับ ใจ

 คลิกขวาเมนู

        จิต กับ ใจ มีความหมายคล้ายๆกัน  โดยทั่วไปก็มักก็ใช้แทนกันในภาษาพูด  จนบางครั้งเมื่อใช้ในการพิจารณาธรรมก็เกิดความสับสน  แต่แท้จริงมีความหมายที่เกยกัน คือคล้ายกัน แม้ไม่เหมือนกันโดยสมบูรณ์ทีเดียว

        ในพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (หัวข้อที่ ๓๕๖)ของพระเดชพระคุณเจ้าพระธรรมปิฏก ก็ได้กล่าวถึงจิตหรือวิญญาณไว้ดังนี้

        (๓๕๖) จิต ๘๙ หรือจิต ๑๒๑ (ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, วิญญาณ)

        "จิต มีไวพจน์ คือ คำที่ต่างเพียงรูป แต่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายกัน ใช้แทนกันได้หลายคำ เช่น มโน มานัส หทัย บัณฑร มนายตนะ มนินทรีย์ และ วิญญาณ เป็นต้น คำเหล่านี้มีความหมายเกยกัน มิใช่ตรงกันโดยสมบูรณ์  ใช้แทนกันได้ในบางโอกาส มิใช่เสมอไป"

        เมื่อจัดแบ่งสภาวธรรมทั้งหลายเป็นประเภทๆ ที่เรียกว่าขันธ์ ๕  จิตได้แก่ วิญญาณขันธ์.......

        จิต คือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ คือธรรมชาติที่รู้ในสิ่งที่ใจกำหนดหมาย คือ ธรรมชาติที่รู้แจ้งทั้งใน รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ความนึกคิดต่างๆ,  ในขันธ์ ๕ จิตก็คือ วิญญาณนั่นเอง

        ใจหรือมโน แท้จริงแล้วคืออายตนะภายใน ข้อที่ ๖  ใจมีธรรมชาติที่มีหน้าที่รับผิดชอบเพียงเป็นเครื่องรับการกระทบกับธรรมารมณ์ความคิดนึก เพียงอย่างเดียว จึงเป็นอายตนะภายในที่ ๖  อุปมาดั่งอวัยวะในการรับการกระทบสัมผัสกับธรรมารมณ์นั่นเอง, ที่ทำหน้าที่เหมือนกับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่รับผิดชอบเป็นส่วนเครื่องรับการกระทบกับอายตนะภายนอกอื่นๆคือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั่นเอง,  ส่วนใจหรือมโนจริงๆแล้วจึงทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องรองรับธรรมารมณ์ความคิดนึกต่างๆ แล้วจึงเป็นเหตุปัจจัยจึงเกิดมโนวิญญาณหรือจิตหนึ่งขึ้น

        ด้วยเหตุดังนี้นี่เอง ที่ใจคืออายตนะภายในที่ ๖ เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดมโนวิญญาณหรือจิต(คือจิตที่รู้แจ้งในธรรมารมณ์)ขึ้นโดยตรง  จึงมีความแนบแน่นเนื่องสัมพันธ์กันตรงๆ  จึงเกิดการเรียกขานรวมกัน หรือสับสนกันไปบ้างว่า จิตบ้าง หรือใจบ้าง  ด้วยทั้งสองคล้ายคลึงและเนื่องสัมพันธ์กันที่มีเป้าหมายเดียวกันคือธรรมารมณ์ คือใจที่ทำหน้าที่รับกระทบในธรรมารมณ์ เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดมโนวิญญาณคือจิตที่รู้แจ้งในธรรมารมณ์  จึงเกยชิดแนบแน่นกันอยู่อย่างใกล้ชิด แม้ไม่สมบูรณ์ทั้งหมด,  จึงเกิดการใช้แทนกัน  ซึ่งถ้าไม่จำแนกแตกธรรมในขันธ์ ๕ ให้ชัดเจนแล้วย่อมพิจารณาแลเห็นได้ยาก

ธรรมารมณ์    กระทบกัน เช่น ตาเห็นรูป ใจ(อายตนะภายในที่ ๖ ทำหน้าที่รับการกระทบธรรมารมณ์ย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้เกิด มโนวิญญาณ หรือจิตที่รู้แจ้งในธรรมารมณ์นั้นๆ ย่อมต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดาในผู้มีชีวิต

กลับสารบัญ

  

 

 

 

 

 

จิต กับ ใจ
มีความแตกต่างกันอย่างไรแน่