สุญญตา

จาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดยท่านพระธรรมปิฏก

สุญญตา “ความเป็นสภาพสูญ”, ความว่าง
       1. ความเป็นสภาพที่ว่างจากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะที่ขันธ์ ๕ เป็นอนัตตา คือ ไร้ตัวมิใช่ตน ว่างจากความเป็นตน ตลอดจนว่างจากสาระต่างๆ เช่น สาระคือความเที่ยง สาระคือความสวยงาม สาระคือความสุข เป็นต้น,
           โดยปริยายหมายถึง หลักธรรมฝ่ายปรมัตถ์ ดังเช่นขันธ์ ธาตุ อายตนะ และปัจจยาการ (อิทัปปัจจยตา หรือ ปฏิจจสมุปบาท) ที่แสดงแต่ตัวสภาวะให้เห็นความว่างเปล่าปราศจากสัตว์ บุคคล เป็นเพียงธรรมหรือกระบวนธรรมล้วนๆ
       2. ความว่างจากกิเลส มีราคะ โทสะ โมหะ เป็นต้น ก็ดี   สภาวะที่ว่างจากสังขารทั้งหลายก็ดี หมายถึง นิพพาน
       3. โลกุตตรมรรค ได้ชื่อว่าเป็นสุญญตา ด้วยเหตุผล ๓ ประการ คือ
           เพราะลุด้วยปัญญาที่กำหนดพิจารณาความเป็นอนัตตา มองเห็นสภาวะที่สังขารเป็นสภาพว่าง (จากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน)
           เพราะว่างจากกิเลสมีราคะเป็นต้น และ
           เพราะมีสุญญตา คือ นิพพาน เป็นอารมณ์
       4. ความว่าง ที่เกิดจากความกำหนดหมายในใจ หรือทำใจเพื่อให้เป็นอารมณ์ของจิตในการเจริญสมาบัติ เช่น ผู้เจริญอากิญจัญญายตนสมาบัติกำหนดใจถึงภาวะว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย;
       สุญตา ก็เขียน

        จิตว่าง จิตว่าง ท่านพุทธทาสให้ความหมายไว้ว่า จิตว่างจากการยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตนหรือของตัวตน หรืออุปาทาน  ซึ่งน่าจะหมายถึงสภาวธรรมคือสภาวะของจิตที่ไม่อยู่ในสภาวะใต้อำนาจของกิเลสตัณหาคือ ราคะ โทสะ โมหะ ฯ. จึงไม่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นด้วยกิเลส ว่าเป็นตัวตน เป็นของตัวตน ดังความในข้อ ๒

        จิตว่าง ส่วนถ้าตีความหมายทางเซ็นแล้ว จิตว่างน่าจะมีความหมายถึงอนัตตา เป็นของว่าง หรือความว่าง ดังข้อ ๑,  และอีกความหมายหนึ่งหมายถึง จิตว่างจากการคิดปรุงแต่ง หรืออุทธัจจะอันเป็นสังโยชน์ข้อที่ ๙ ซึ่งเป็นหลักของทางเซ็น น่าจะเป็นการกล่าวถึงจิตว่างในแง่มุมของการปฏิบัติ กล่าวคือเมื่อปฏิบัติโดยการหยุด การ"คิดปรุงแต่ง"หรือ"อุทธัจจะ"ลงไปได้  ที่มักเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดกิเลสตัณหา จึงย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้อุปาทานไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเอง  จึงเกิดสภาวะดังที่ท่านพุทธทาสได้กล่าวไว้ข้างต้นในที่สุด

 

กลับหน้าเดิม