ปฏิจจสมุปบาท โดยย่อ

กระบวนธรรมการเกิดขึ้นและดับไปแห่งทุกข์ โดยย่นย่อ

หัวข้อธรรม

 วงจรปฏิจจสมุปบาท

คลิกขวาเมนู

มีพุทธพจน์ตรัสเตือนไว้ว่า อย่าประมาทในปฏิจจสมุปบาทว่าเป็นของง่าย

การตีความปฏิจจสมุปบาท

       ภาพแสดงลำดับการเกิดวงจรปฏิจจสมุปบาท แบบปฏิโลมหรือสมุทยวาร

      การเกิดขึ้นของกองทุกข์

นอนเนื่องอยู่ในจิต ๑๖.

อาสวะกิเลส โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ๑๕.

มรณะ พรั่งพร้อมด้วย โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ๑๔.

เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา อันวนเวียน เร่าร้อนเผาลน ๑๓.

เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ๑๒.

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ ๑๑.

เพราตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน ๑๐.

เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา ๙.

Took1.jpg

๑. เพราะยังมีอาสวะกิเลส

๒. จึงเป็นเหตุปัจจัย ร่วมกับอวิชชา

๓. เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร

๔. เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ

๕. เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนาม-รูป

๖. เพราะนาม-รูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ

๗. เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ

๘. เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา

 

แสดงวงจรปฏิจจสมุปบาท  และวงจรในองค์ธรรมชรา(สีแดง)ที่ทำงานเป็นวงจรอันเร่าร้อนด้วยอุปาทานขันธ์ ทั้ง ๒ วงจรที่ร่วมเนื่องสัมพันธ์กัน

                                                                                               อาสวะกิเลส      อวิชชา   anired06_next.gif   สังขาร   anired06_next.gif   วิญญาณ   anired06_next.gif   นามรูป

                                                                                                                                                                                   

                                                                                               มรณะ                                                                           สฬายตนะ

                                                                                                                       วงจรปฏิจจสมุปบาท  

           สัญญูปาทานขันธ์            anired06_next.gif            anired06_next.gif           anired06_next.gif          สังขารูปาทานขันธ์ (เกิดมโนกรรม                                                    

                         ชรา อันเป็นทุกข์ วนเวียนปรุงแต่งและเร่าร้อน                   anired02_down.gif                                                                     ผัสสะ

           เวทนูปาทานขันธ์   anired06_next.gif  วิญญูาณูปาทานขันธ์    anired06_next.gif    ใจ   ธรรมารมณ์ (มโนกรรมจาก"ชาติ"มาทำหน้าที่เป็นธรรมารมณ์)

                                                                                                                                                                               

                                                                                               ชาติ (สังขารขันธ์ แปรเป็นสังขารูปาทานขันธ์เกิดมโนกรรมคิดนึก          เวทนา

                                                                                                                                                                                   

                                                                                               ภพ                           อุปาทาน                          ตัณหา 

                                                                                           (มโนสังขาร)                         (อกุศลสัญเจตนา)                          (สังขารขันธ์)

ภาพวงจรปฏิจจสมุปบาท  แบบขยายความเต็มรูปแบบโดยพิศดาร

 

ภาพขยาย กระบวนธรรมขององค์ธรรมชรา ที่หนุนเนื่องวนเวียนเป็นวงจรของความทุกข์อันเร่าร้อนเผาลนอีกวงจรหนึ่งภายในวงจรปฏิจจสมุปบาท

 anired06_next.gif      anired06_next.gif      anired06_next.gif ตัณหา anired06_next.gif อุปาทาน anired06_next.gif ภพ anired06_next.gif ชาติ anired06_next.gif......ธรรมารมณ์      ใจ   anired06_next.gif วิญญูาณูปาทานขันธ์    anired06_next.gif   เวทนูปาทานขันธ์  

                   วงจร ปฏิจจสมุปบาท                                  อุปาทานขันธ์๕ อันเกิดวนเวียนอยู่ใน ชรา อันเป็นทุกข์                   

   ดำเนินไปตามวงจรใหม่  anired06_next.gif อาสวะกิเลส anired06_next.gif มรณะ anired06_next.gif......สังขารูปาทานขันธ์ เกิดมโนกรรมคิดที่เป็นทุกข์      สัญญูปาทานขันธ์    

ภาพขยายในชรา   ล้วนเป็นอุปาทานขันธ์ อันเป็นทุกข์ เพราะเกิดจากสังขารูปาทานขันธ์ในชาติ อันถูกครอบงําโดยอุปาทานแล้ว

        ในองค์ธรรมชรา เกิดกระบวนธรรมการทำงานของขันธ์ทั้ง ๕ วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์ของทุกข์ ที่วนเวียนปรุงแต่งไม่หยุดหย่อนโดยไม่รู้ตัว ดังภาพที่แสดง จึงเป็นวงจรหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาด้วยแรงขับเคลื่อนของมโนกรรมหรือความคิดนึกต่างๆที่เกิดขึ้นจากสังขารขันธ์นั่นเอง และขันธ์ทั้ง ๕ ก็ล้วนเป็นอุปาทานขันธ์ที่ถูกครอบงำด้วยอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นด้วยกิเลสตนอยู่แล้วจึงเป็นทุกข์หมุนเวียนอยู่ในวงจรอย่างยาวนานดังกล่าว จนกว่าจะดับไปด้วยจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่า หรือด้วยสติรู้เท่าทันจึงหยุดกรรมได้  และก็เกิดใหม่ได้อีกด้วยผุดขึ้นมาเอง หรืออาจถูกกระตุ้นเร้าจากการผัสสะของอายตนะต่างๆ  บรรดาขันธ์ ๕ ที่เกิดในชราคือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ล้วนแต่ถูกครอบงำแล้วด้วยอุปาทาน, ทุกขันธ์จึงมีชื่อเรียกเฉพาะว่า รูปูปาทานขันธ์  เวทนูปาทานขันธ์  สัญญูปาทานขันธ์  สังขารูปาทานขันธ์  วิญญาณูปาทานขันธ์ ตามลำดับ  ความทุกข์จึงเกิดได้ยาวนานจนกว่าจะสิ้นกรรม หรือมีสติรู้เท่าทัน เพราะย่อมสามารถผุดคิดผุดนึกหรือถูกกระตุ้นเร้าขึ้นมาอีกเมื่อใดก็ได้นั่นเอง

ปฏิจจสมุปบาท ปรมัตถธรรมบันลือโลก

 

 หัวข้อธรรม

กลับหน้าเดิม