โลกุตตรสัมมาทิฏฐิ

พระธรรมปิฎก

(ป.อ. ปยุตฺโต)

คัดลอกจากหนังสือ พุทธธรรม  หน้า ๗๓๘ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๙

         โลกุตตรสัมมาทิฏฐ  ความเห็นชอบระดับโลกุตระ  คือเหนือโลก  ไม่ขึ้นต่อโลก  ได้แก่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกเกี่ยวกับชีวิตถูกต้องตามความเป็นจริง    หรือรู้เข้าใจตามสภาวะของธรรมชาติ    พูดง่ายๆว่า  รู้เข้าใจธรรมชาตินั่นเอง    เกิดจากโยนิโสมนสิการ  ซึ่งเป็นองค์ประกอบภายใน  หรือปัจจัยภายในตัวบุคคล    ปรโตโฆสะ (คือปัจจัยฝ่ายภายนอก หรือองค์ประกอบทางสังคม โดยอาศัยศรัทธาเป็นเครื่องเชื่อมโยงหรือชักนำ - webmaster)ที่ดีหรือกัลยาณมิตรอาจช่วยเหลือได้เพียงด้วยการกระตุ้นให้บุคคลนั้นใช้โยนิโสมนสิการแล้วรู้เห็นเข้าใจเอง  หมายความว่าสัมมาทิฏฐิประเภทนี้ ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับฟังแล้วเชื่อตามคนอื่นด้วยศรัทธา  เพราะต้องเป็นการรู้จักที่ตัวสภาวะเอง   ต้องเอาธรรมชาตินั่นเองเป็นข้อพิจารณาโดยตรง   และด้วยเหตุนี้จึงไม่มีลักษณะเป็นหลักการ   กฎเกณฑ์   ข้อยึดถือที่ปรุงแต่งหรือบัญญัติวางซ้อนเพิ่มขึ้นมาต่างหากจากธรรมดาของธรรมชาติ    และจึงเป็นอิสระจากการหล่อหลอมของสังคม  ไม่ขึ้นต่ออิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป    และเป็นการเกี่ยวข้องกับธรรมชาติเองแท้ๆ  ซึ่งมีสภาวะและธรรมดาเสมอเหมือนกันทุกถิ่นฐาน ทุกกาลสมัย     โดยนัยนี้สัมมาทิฏฐิประเภทนี้จึงมีลักษณะเป็นโลกุตระ  คือไม่ขึ้นต่อกาล  ไม่จำกัดสมัย  เป็นความรู้ความเข้าใจอย่างเดียวกัน    จำเป็นสำหรับปรีชาญาณและความหลุดพ้นในทุกถิ่นทุกกาลเหมือนกัน

         สัมมาทิฏฐิตามความหมายที่สองนี้ (ความหมายที่หนึ่ง ท่านได้กล่าวในหนังสือถึง โลกียสัมมาทิฏฐิ หรือความเห็นชอบระดับ โลกีย์ หรือแบบโลกๆ - webmaster)  ที่ท่านจัดเป็นโลกุตระนั้น    หมายเอาเฉพาะที่เป็นความรู้ความเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง  ถึงขั้นเป็นมรรคเป็นผลทำให้เป็นอริยบุคคลเท่านั้น    แต่กระนั้นก็ตาม  สัมมาทิฏฐิที่เป็นมรรคเป็นผลนั้น  ก็สืบเนื่องไปจากสัมมาทิฏฐิแบบเดียวกันที่เป็นของปุถุชนนั่นเอง    ดังนั้นจึงขอเรียกว่าสัมมาทิฏฐิตามความหมายอย่างที่สองนี้ขั้นที่เป็นของปุถุชนว่า สัมมาทิฏฐิแนวโลกุตระ

         พึงเห็นความสำคัญของสัมมาทิฏฐิที่เป็นโลกุตรหรือแนวโลกุตระนี้ว่า  เป็นธรรมที่มีผลลึกซึ้งกว่าโลกียสัมมาทิฏฐิมาก    สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบุคลิกภาพอย่างที่เรียกว่าถอนรากถอนโคน   สัมมาทิฏฐิระดับนี้เท่านั้นจึงกำจัดกิเลสได้   มิใช่เพียงกด  ข่ม  หรือทับไว้    และทำให้เกิดความมั่นคงในคุณธรรมอย่างแท้จริง  ไม่แกว่งไกวโอนไปตามค่านิยมที่สังคมหล่อหลอม    เพราะมองความจริงผ่านทะลุเลยระดับสังคมไปถึงสภาวธรรมที่อยู่เบื้องหลังแล้ว    จึงไม่เต้นส่ายไปกับภาพปรุงแต่งในระดับสังคม    ความที่ว่าในตอนนี้   มีความหมายสำคัญในแง่ของการศึกษาด้วย  เพราะจะเป็นข้อพิจารณาเกี่ยวกับพัฒนาการของบุคคลว่าควรจะสัมพันธ์กับสังคมและธรรมชาติอย่างไร    ควรได้รับอิทธิพลหรือได้รับประโยชน์จากสังคมและธรรมชาตินั้นแค่ไหนเพียงไร

         อนึ่งดังที่ทราบอยู่แล้วว่า    สัมมาทิฏฐิแนวโลกุตรเกิดจากการโยนิโสมนสิการ    โยนิโสมนสิการ จึงมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้    ซึ่งควรยํ้าไว้อีกครั้งหนึ่งว่า  ตามปกติ  พฤติกรรมของมนุษย์ปุถุชนจะเป็นไปตามอำนาจของค่านิยมที่เกิดจากการหล่อหลอมทางสังคม  ละเว้นการกระทำไม่ดีอย่างนั้น  และกระทำการที่ดีอย่างนี้  ตามคำอบรมสั่งสอนบอกเล่าถ่ายทอดเล่าเรียนหรือจดจำแบบอย่างมา  ถ้าเมื่อใดปุถุชนไม่ตกอยู่ในอำนาจของค่านิยมเช่นนั้น  เขาก็จะตกเป็นทาสของตัณหาที่เรียกกันในสมัยใหม่ว่าอารมณ์ของตนเอง    แต่โยนิโสมนสิการ  ช่วยให้หลุดพ้นได้ทั้งอิทธิพลของค่านิยมทางสังคม  และจากความเป็นทาสแห่งตัณหาหรืออารมณ์กิเลสของตนเอง    ทำให้มีพฤติกรรมอิสระที่เป็นไปด้วยปัญญา    จึงอาจพูดสรุปได้ว่า  ปุถุชนจะคิดจะทำการใดๆก็ตาม  หากขาดโยนิโสมนสิการเสียแล้ว  ถ้าไม่ตกอยู่ในอำนาจของค่านิยมจากภายนอกก็ย่อมตกเป็นทาสแห่งตัณหาของตนเอง    เมื่อใดมีโลกุตรสัมมาทิฏฐิ  เมื่อนั้นเขาก็จะหลุดพ้นจากอำนาจปรุงแต่งของสังคมได้อย่างแท้จริง

         เมื่อใดทิฏฐิกลายเป็นสัมมาทิฏฐิ  เมื่อนั้นก็จัดเป็นปัญญาหรือไวพจน์คำหนึ่งของปัญญา    แม้ว่าในขั้นแรกเริ่มสัมมาทิฏฐินั้นจะยังเป็นเพียงความเห็นหรือความเชื่อ  ทั้งนี้เพราะความเห็นและความเชื่อนั้นสอดคล้องกับความจริง  มีความเข้าใจตามสภาวะหรือตามเหตุปัจจัยเป็นที่อ้างอิง    เริ่มเดินหน้าออกจากอำนาจครอบงำของอวิชชาและตัณหา    ต่อจากนั้น  แม้ว่าความเห็นหรือความเชื่อนั้นจะกลายเป็นความรู้ความเข้าใจอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งที่เรียกว่าญาณแล้ว    ก็ยังคงเรียกชื่อเดิมว่าสัมมาทิฏฐิได้เรื่อยไปเพื่อสะดวกในการมองเห็นความเจริญเติบโตหรืองอกงามที่ต่อเนื่องกัน    โดยนัยนี้สัมมาทิฏฐิจึงมีความหมายกว้างขวาง  คลุมตั้งแต่ความเห็นและความเชื่อถือที่ถูกต้องไปจนถึงความรู้ความเข้าใจตามสภาวะที่เป็นจริง

 

มหาจัตตารีสกสูตร

(พระสูตรแสดงสัมมาทิฐิเป็น ๒ คือโลกุตระและโลกิยะ)

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

hit counter

นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย