|
วิธีปฏิบัติต่อเวทนาและจิต(จิตสังขารหรือสังขารขันธ์) |
|
พึงระลึกรู้เท่าทันอยู่เสมอๆว่า ทั้งเวทนาและสังขารขันธ์(จิต)นั้น แม้มีสติรู้เท่าทันแล้วก็ตามที มันไม่ได้หายไปไหน ยังคงเป็นไปตามธรรม คือตามเหตุปัจจัยอยู่นั่นเอง ด้วยความเป็นอนัตตา จึงควบคุมบังคับมันให้เป็นไปตามใจปรารถนาไม่ได้, ดังนั้นแม้เมื่อรู้เท่าทันแล้วจึงไม่ได้หายไปไหน ยังต้องมีปัญญารู้ดียิ่งว่า ต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้มันดับไป กล่าวโดยย่อ ดังแสดงในสติปัฏฐาน ๔ คือ เธอเป็นผู้ที่ตัณหา หรือทิฏฐิคือความคิด,ความเห็น,ความเชื่อ,ความเข้าใจของตัวตน ไม่อาศัยอยู่แล้ว จึงไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรๆในโลกนี้
เพราะมีวิชชา จึงหยุดสังขาร(สิ่งปรุงแต่งประกอบด้วยกิเลส) อันเป็นสุดยอดของการปฏิบัติ ทุกข์อุปาทานจึงไม่เกิดขึ้นเลย เกิดแต่เพียงทุกข์ธรรมชาติ
เพราะสติระลึกรู้เท่าทันเวทนาที่เกิดขึ้น แล้วรู้เท่าทันว่า มันสักว่าเป็นเช่นนี้เอง เกิดแต่เหตุปัจจัย อีกทั้งด้วยปัญญายิ่งจึงไม่ยึดถือ หยุดการปรุงแต่งด้วยตัณหาหรือทิฏฐิให้เนื่องต่อไปอีก เพื่อหยุดสังขารปรุงแต่งเพื่อการปล่อยวาง ดังแสดงในเวทนานุปัสสนา
เพราะสติรู้เท่าทันตัณหาคือจิต แล้วรู้เท่าทันว่า มันสักว่าเป็นเช่นนี้เอง อีกทั้งด้วยปัญญายิ่งจึงไม่ยึดถือ หยุดการปรุงแต่งให้เนื่องต่อไปอีก จึงหยุดการปรุงแต่ง เพื่อหยุดสังขารปรุงแต่งเพื่อการปล่อยวาง ดังแสดงในจิตตานุปัสสนา