สัมมัตตะ ๑๐

กระดานธรรม ๓

 คลิกขวาเมนู

    มรรค ๘ ที่เป็นปฏิปทาหรือทางปฏิบัติเพื่อการดับไปแห่งทุกข์ หรือก็คือ ทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดสัมมาวิมุตติหรือสุขจากการหลุดพ้นจากกองกิเลส  เป็นอริยมรรคหรือมรรคในอริยสัจ ๔ อันประกอบด้วยองค์ ๘

    ส่วนสัมมัตตะ ๑๐ นั้นเป็นภาวะที่ถูกต้อง, เป็นความถูกต้องที่บังเกิดขึ้นแล้ว หรือความเป็นถูก หรือความถูกต้องยิ่งในการปฏิบัติ อันมีองค์ ๑๐   บางทีจึงเรียกกันว่า มรรคองค์ ๑๐  อันมีในพระอริยเจ้า ผู้ซึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างถูกต้องบริบูรณ์ จนถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว กล่าวคือประกอบด้วยมรรคองค์ ๑๐ อันประกอบด้วยมรรคทั้ง ๘ ในอริยมรรค และเพิ่ม สัมมาญาณ เป็นข้อหรือองค์ที่ ๙ และ สัมมาวิมุตติ เป็นองค์ที่ ๑๐

    อนึ่ง ต้องการชี้เน้นให้เห็นความเป็นเหตุปัจจัยในการปฏิบัติ หรือแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เกิดภาวะที่ถูกต้อง  อันเป็นปฏิจจสมุปบันธรรมคือเกิดขึ้นจากการเป็นเหตุปัจจัยกันนั่นเอง ก็เพื่อให้เห็นว่าสมาธิที่เราปฏิบัติกันนั้น ต้องเป็นสัมมาสมาธิที่เป็นเครื่องหนุนการเจริญวิปัสสนา จึงจักเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดสัมมาญาณหรือสัมมาปัญญา จึงจะยังให้เกิดผลอันยิ่งตามมาคือสัมมาวิมุตติ หรือสุขจาการหลุดพ้นจากกองทุกข์ด้วย

    หรือสรุปกล่าวได้ว่า มรรคทั้ง ๘ ในอริยสัจ ก็ล้วนเป็นเหตุปัจจัยเครื่องสนับสนุนกันอยู่ในที  ดังเช่น สัมมาทิฏฐิความเห็นชอบ,เห็นโดยชอบ คือมีความเห็นถูกต้องดีงาม ย่อมเป็นเหตุปัจจัยเครื่องสนับสนุนในสัมมาสังกัปปะคือความคิดชอบ,ความคิดความไตร่ตรองที่ถูกต้องที่ถูกทาง   จึงเป็นเหตุปัจจัยกันเป็นลำดับไปในมรรคทั้ง ๘   และเมื่อประสานสอดคล้องกันอย่างถูกต้องทั้ง ๘ ก็คือเกิดอาการมรรคสมังคี ที่ยังให้เกิดสัมมาญาณเป็นลำดับขั้น เช่น ญาณอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากมรรคทั้ง ๘ ได้แก่ โสดาปัตติผล...อรหัตตผล  จึงยังให้เกิดสัมมาวิมุตติเป็นลำดับขั้นของอริยบุคคลเช่นกัน จนถึงที่สุดคืออรหัตตผล

ดังมีพุทธพจน์ที่ตรัสไว้เกี่ยวกับมรรคองค์ ๘  และมรรคองค์ ๑๐ (สัมมัตตะ ๑๐) ไว้ดังนี้

    "ภิกษุทั้งหลาย บรรดาองค์มรรคเหล่านั้น

สัมมาทิฎฐิเป็นตัวนํา,   สัมมาทิฏฐิ เป็นตัวนําอย่างไร ?

ด้วยสัมมาทิฎฐิ จึงรู้จักมิจฉาทิฎฐิ ว่าเป็นมิจฉาทิฎฐิ,   รู้จักสัมมาทิฎฐิ ว่าเป็นสัมมาทิฎฐิ,

รู้จักมิจฉาสังกัปปะ ว่าเป็นมิจฉาสังกัปปะ,    รู้จักสัมมาสังกัปปะ ว่าเป็นสัมมาสังกัปปะ,

รู้จักมิจฉาวาจา ว่าเป็นมิจฉาวาจา,    รู้จักสัมมาวาจา ว่าเป็นสัมมาวาจา,

รู้จัก..................ฯลฯ"

(มหาจัตตารีสกสูตร ฉบับสยามรัฐ เล่ม ๑๔, ข้อ ๒๕๓)

     "ภิกษุทั้งหลาย สัมมาทิฎฐิเป็นหัวหน้าอย่างไร?

เมื่อมีสัมมาทิฏฐิ  สัมมาสังกัปปะจึงพอเหมาะได้

เมื่อมีสัมมาสังกัปปะ  สัมมาวาจาจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาวาจา  สัมมากัมมันตะจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมากัมมันตะ  สัมมาอาชีวะจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาอาชีวะ  สัมมาวายามะจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาวายามะ  สัมมาสติจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาสติ  สัมมาสมาธิจึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาสมาธิ  สัมมาญาณ จึงพอเหมาะได้,

เมื่อมีสัมมาญาณ  สัมมาวิมุตติ จึงพอเหมาะได

โดยนัยดังนี้แล พระเสขะ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘

จึงกลายเป็นพระอรหันต์ผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐"

(มหาจัตตารีสกสูตร ฉบับสยามรัฐ เล่ม ๑๔, ข้อ ๒๗๙)

มิจฉัตตะ ๑๐

    มิจฉัตตะ ความเป็นผิด,  ภาวะที่ผิดมี ๑๐ อย่างเช่นกัน คือ
       ๑. มิจฉาทิฏฐ  เห็นผิด, ความเห็นที่ผิดจากคลองธรรม เช่นเห็นว่าทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี มารดาบิดาไม่มี เป็นต้น และความเห็นที่ไม่นำไปสู่ความพ้น
       ๒. มิจฉาสังกัปปะ  ดำริผิด ได้แก่ ดำริแส่ไปในกาม ดำริพยาบาท ดำริเบียดเบียนเขา
       ๓. มิจฉาวาจา  วาจาผิด, เจรจาผิด ได้แก่ ๑. มุสาวาท พูดปด  ๒. ปิสุณาวาจา พูดส่อเสียด  ๓. ผรุสวาจา พูดคำหยาบ  ๔. สัมผัปปลาปะ พูดเพ้อเจ้อ
       ๔. มิจฉากัมมันตะ  ทำการผิด ได้แก่กายทุจริต ๓ คือ  ๑. ปาณาติบาต ฆ่าสัตว์  ๒. อทินนาทาน ลักทรัพย์  ๓. กาเมสุมิจฉาจาร ประพฤติผิดในกาม
       ๕. มิจฉาอาชีวะ  เลี้ยงชีพผิด ได้แก่ หาเลี้ยงชีพในทางทุจริตผิดวินัยหรือผิดศีลธรรม เช่น หลอกลวงเขา เป็นต้น
       ๖. มิจฉาวายามะ  พยายามผิด ได้แก่ พยายามทำบาป พยายามทำอกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เป็นต้น
       ๗. มิจฉาสติ  ระลึกผิด ได้แก่ ระลึกถึงการอันจะยั่วให้เกิดราคะ โทสะ โมหะ
       ๘. มิจฉาสมาธิ  ตั้งใจผิด ได้แก่ จดจ่อ ปักใจ แน่วในกามราคะ  ในพยาบาท  ในความสุขสงบสบายอย่างติดเพลินในฌานสมาธิ เป็นต้น
       ๙. มิจฉาญาณ  รู้ผิด เข้าใจผิด เช่น ความรู้ในการคิดอุบายทำความชั่ว, รู้เข้าใจผิดๆอันยังให้เกิดโทษหรือกิเลส
       ๑๐. มิจฉาวิมุตติ  ความสุขสงบ ความพ้นผิด เช่นการระงับกิเลสบาปธรรมได้ชั่วคราว เพราะกลัวอำนาจพระเจ้าผู้สร้างโลก  การระงับกิเลสนั้นแม้ดี แต่ยังเป็นการระงับเพราะกลัวอำนาจพระเจ้าสร้างโลกนั้น จึงยังผิดทางอยู่  จึงไม่ทำให้พ้นทุกข์ได้จริงหรือถาวร

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ  

 

 

hit counter

นับคน . คอม : Realtime counter สำหรับคนไทย