นิพพิทาสูตร
|
พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๒ |
|
นิพพิทาสูตร แสดงธรรม ๕ ประการ ที่ใช้ประกอบการเจริญวิปัสสนา เพื่อยังให้เกิดนิพพิทาญาณ จึงคลายกำหนัดหรือสิ้นตัณหา ซึ่งย่อมเนื่องให้ถึงสิ้นไปแห่งอาสวะ อันเป็นไปตามหลักปฏิจจสมุปบันธรรม จึงเป็นธรรม ๕ ประการเดียวกันในอาสวักขยสูตรอีกด้วย
![]()
๙. นิพพิทาสูตร
[๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการนี้ อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท
เพื่อเข้าไปสงบ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ และเพื่อนิพพานโดยส่วนเดียว ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นว่า ไม่งามในกาย ๑ (เช่นอาศัยการพิจารณาใน กายคตาสติ, ปฏิกูลมนสิการ, นวสีวถิกา, อสุภกรรมฐาน)
มีความสำคัญว่า เป็นของปฏิกูลในอาหาร ๑ (เช่น ปฏิกูลมนสิการ, อาหาเรปฏิกูลสัญญา)
มีความสำคัญว่า ไม่น่ายินดีในโลกทั้งปวง ๑ (เช่น โลกธรรม ๘ ที่ไม่น่ายินดี แต่หลงยินดียินร้ายวนเวียนอยู่ในโลกธรรมทั้ง ๘)
พิจารณาเห็นว่า ไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวง ๑ (เช่น พระไตรลักษณ์ ในสังขารทั้งปวง ทั้งในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)
ย่อมเข้าไป ตั้งมรณสัญญาไว้ใน ภายใน ๑ (เช่น มรณัสสติสูตร, พระไตรลักษณ์)
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการนี้แล อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อเข้าไปสงบ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ฯ
(อ่าน นิพพิทา ว่าด้วยเหตุใดเมื่อหน่ายด้วยนิพพิทาจึงไม่เป็นทุกข์เร่าร้อน เหมือนความหน่ายอื่นๆ)
จบสูตรที่ ๙
๑๐. อาสวักขยสูตร
[๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการนี้ อันบุคคลเจริญแล้ว ทำ ให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมพิจารณาเห็นว่า ไม่งามในกาย ๑
มีความสำคัญว่า เป็นของปฏิกูลในอาหาร ๑
มีความสำคัญว่า ไม่น่ายินดีในโลกทั้งปวง ๑
พิจารณาเห็นว่า ไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวง ๑
เข้าไปตั้งมรณสัญญาไว้ในภายใน ๑
ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการนี้แล อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็น ไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
![]()
|
พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๑๙ |
|
เจริญอานาปานสติสมาธิเพื่อสิ้นอาสวะ
[๑๔๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมาธิอันสัมปยุตด้วยอานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะ ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมาธิอันสัมปยุต ด้วยอานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้น อาสวะ.
![]()
๓. กายนิพพินทชาดก
|
พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ |
|
ว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
[๔๗๘] เมื่อเราถูกโรคอย่างหนึ่งถูกต้อง ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างสาหัส อันทุกข์เวทนาเบียดเบียนอยู่
ร่างกายนี้ก็ซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว ดุจดอกไม้ที่ทิ้งตากแดดไว้ที่ทราย ฉะนั้น.
[๔๗๙] รูปร่างอันไม่น่าพอใจ ถึงการนับว่าน่าพอใจ ที่ไม่สะอาดสมมติว่า เป็นของสะอาด
เต็มด้วยซากศพต่างๆ ปรากฏแก่คนพาลผู้ไม่พิจารณา เห็นว่าเป็นของน่าพอใจ.
[๔๘๐] น่าติเตียนกายอันเปื่อยเน่า กระสับกระส่าย น่าเกลียด ไม่สะอาด มีความป่วยไข้เป็นธรรมดา
เป็นที่ๆ หมู่สัตว์ผู้ประมาทหมกมุ่นอยู่ ย่อมยังหนทางเพื่อความเข้าถึงสุคติให้เสื่อมไป.
จบ กายนิพพินทชาดกที่ ๓.
![]()
ความสำคัญของ นิพพิทาญาณ
|