buddha

หัวข้อธรรม ๒๕

สัญญา  กับ  ปัญญา

 คลิกขวาเมนู

        สัญญาหรือสัญญาขันธ์ คือ การกำหนดหมาย, ความจำได้, ความหมายรู้ เช่นการคิดอ่าน  เช่นจำได้ในรูป เช่นในบุคคลที่เคยพบได้  และยังหมายรู้คือคิดอ่านได้ว่าเป็นใคร อย่างไร ดังนี้เป็นต้น  สัญญาขันธ์จึงทำหน้าที่ในการจำได้ และหมายรู้คือคิดอ่านในสิ่งที่ผัสสะ ดังเช่นรูป(รูปสัญญา)  ตามที่ได้สั่งสมอบรมมา

        ส่วนปัญญา คือ ความรู้ความเข้าใจชัดเจน ความรู้เข้าใจหยั่งแยกได้ในเหตุผล ดีชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น และรู้ที่จะจัดแจง จัดสรร จัดการ,  ความรอบรู้ในกองสังขารมองเห็นตามเป็นจริง เป็นสังขารขันธ์อย่างหนึ่ง จัดอยู่ในเจตสิก ๕๒(ข้อที่ ๕๒)

        ดังนั้นเมื่อเกิดปัญญาหยั่งรู้เข้าใจขึ้นแล้ว ก็ยังย่อมเกิดการเก็บ "จำ" ไว้ได้เช่นกัน  จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ "สัญญาขันธ์" ด้วยในที่สุด   ดังนั้นผู้ที่มีปัญญาในเรื่องทุกข์แล้ว เมื่อเกิดการผัสสะ แม้เกิดเป็นทุกขเวทนาขึ้น แล้วย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดสัญญาหมายรู้ที่ประกอบด้วยปัญญา  ดังนั้นถ้าสัญญาหมายรู้คือความคิดอ่านในสิ่งที่กระทบนี้ มีปัญญาแจ่มแจ้งหรือเป็นกุศลสัญญาเป็นปัจจัยร่วมด้วย สังขารขันธ์ที่จะเกิดเนื่องต่อจากสัญญานี้ ย่อมเป็นกุศลสังขารขันธ์หรืออารมณ์ที่เป็นกุศลได้ ไม่เกิดเป็นตัณหา(อกุศลสังขารขันธ์),  แม้ว่าปัญญาเป็นสังขารขันธ์อย่างหนึ่ง คืออาการของจิตอย่างหนึ่ง  แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วอย่างมั่นคง ก็ย่อมสั่งสมเก็บจำเป็น สัญญา ในที่สุดอีกด้วยเช่นกัน  เหมือนดั่งอาสวะกิเลสในปฏิจจสมุปบาทก็เป็นสัญญาความจำได้หมายรู้อย่างหนึ่งเช่นกันที่สั่งสมอบรมมาแต่อดีต แต่เจือด้วยกิเลส

                                   ผัสสะ                                                                                                  ประกอบด้วยปัญญา

รูป    กระทบกัน เช่น ตาเห็นรูป ตา  จักขุวิญญาณ anired06_next.gif สัญญาจํา(รูปสัญญา จักขุสัมผัสสชาเวทนา  สัญญาหมายรู้ (รูปสัญเจตนา)   กุศลสังขารขันธ์  [ anired06_next.gif เกิดกุศลสัญเจตนา(กุศลเจตนา,ความคิดอ่านอันเป็นกุศล) anired06_next.gif กรรม เกิดกุศลกรรม การกระทำต่างๆอันเป็นกุศล ทั้งมโนกรรมอีกด้วย]

                                                      ผัสสะ                                                                                                 ประกอบด้วยปัญญา

ธรรมารมณ์    กระทบกัน เช่น ตาเห็นรูป ใจ  มโนวิญญาณ anired06_next.gif สัญญาจํา(ธัมมสัญญา) มโนสัมผัสสชาเวทนา  สัญญาหมายรู้ (ธัมมสัญเจตนา)   กุศลสังขารขันธ์  [ anired06_next.gif เกิดกุศลสัญเจตนา(กุศลเจตนา,ความคิดอ่านอันเป็นกุศล) anired06_next.gif กรรม เกิดกุศลกรรม การกระทำต่างๆอันเป็นกุศล ทั้งมโนกรรมอีกด้วย]

 

แม้เมื่อเกิด "ทุกขเวทนา" ขึ้น  แต่มีปัญญาอันถูกต้องดีงาม

                                                            ผัสสะ                                                                                 ประกอบด้วยปัญญา

ธรรมารมณ์ทุกข์    กระทบกัน เช่น ตาเห็นรูป ใจ  มโนวิญญาณ anired06_next.gif สัญญาจํา(ธัมมสัญญา ทุกขเวทนา  สัญญาหมายรู้ (ธัมมสัญเจตนา)   กุศลสังขารขันธ์ [ anired06_next.gif เกิดกุศลสัญเจตนา(กุศลเจตนา,ความคิดอ่านอันเป็นกุศล) anired06_next.gif กรรม เกิดกุศลกรรม การกระทำต่างๆอันเป็นกุศล ทั้งมโนกรรมอีกด้วย]

 

สัญญาหมายรู้ จึงย่อมเป็นการหมายรู้คิดอ่านในธรรมารมณ์นั้นๆ คือธัมมสัญเจตนาที่ประกอบด้วยปัญญาที่เกิดขึ้นมาแต่อดีตอีกด้วย  จึงเป็นตัวประกอบหรือเหตุปัจจัยอันสำคัญ ให้เกิดสังขารขันธ์คืออาการต่างๆของจิตหรืออารมณ์ไปในแนวทางกุศลคือที่ดีหรือถูกต้องได้  ดังนั้นในผู้ที่มีปัญญาจักขุแล้วจึงเกิดสังขารขันธ์อันมักเป็นกุศลด้วยได้ดีดังนี้นี่เอง

 

ล้วนเป็นไปในอายตนะอื่นๆด้วยเช่นกัน

 

แล้วถ้าเล็งเห็นว่า สังขารขันธ์หรือมโนกรรม ที่เกิดขึ้นมานั้นว่าเป็นโทษหรือสมควรแก่เหตุแล้ว ก็อุเบกขาเสียนั่นเอง คือวางใจเป็นกลาง วางใจเฉย ไม่เข้าไปนึกคิดปรุงแต่งพัวพัน ไม่ยึดถือ ไม่หมายมั่นใดๆ ในเรื่องราวนั้นๆ

 

ในปฏิจจสมุปบาทนั้น เหตุที่ไม่กล่าวถึง"สัญญา"เลย  เพราะความจริงแล้ว"อาสวะกิเลส" คือบรรดากิเลสที่นอนเนื่องที่รอเวลาขึ้นมาซึมซ่านย้อมจิตนั่นเอง ล้วนเป็น"สัญญา"ความจำได้หมายรู้ที่ได้สั่งสมอบรมมาแต่อดีต แต่ล้วนประกอบด้วยกิเลส จึงล้วนเป็นสัญญากิเลส คือ สัญญาที่ประกอบด้วยกิเลสทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดทุกข์ที่ประกอบด้วยอุปาทานขันธ์ ๕

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ