กระดานธรรม ๓

   

 

 คลิกขวาเมนู

        ทำดีได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ไม่มีเป็นอื่นไปได้ เป็นสัจจธรรมที่เที่ยงแท้อยู่เยี่ยงนั้นเอง   แต่ในปัจจุบันมีผู้ไม่เห็นเป็นไปเช่นนี้  จึงมักได้ยินทุภาษิตพูดเป็นทีเล่นทีจริงเป็นไปดังนี้อย่างแพร่หลายคือ ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วได้ดีมีถมไป  เป็นเพราะความไม่เข้าใจธรรมหรือเกิดความน้อยเนื้อตํ่าใจ หรือทั้งริษยา  จึงมองเห็นแต่สภาวะความเป็นไปตามความเห็นเข้าใจของตน เช่น เห็นคนทำชั่วแล้วรํ่ารวยมีอำนาจเป็นต้น   แต่ตามความเป็นจริงนั้นการทำดีนั้นยังย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ไม่สามารถแปรผันเป็นอื่นได้  กล่าวคือ ย่อมเป็นไปตามผลกรรม(ผลของการกระทำ)นั่นเอง  อุปมาดั่ง ปลูกข้าวย่อมได้ข้าว จะได้องุ่น เผือก มัน ย่อมเป็นไปไม่ได้ฉันใด ก็ฉันนั้น    ผู้ที่ไม่เข้าใจนั้นเพียงแต่ไม่เห็นความเป็นจริงว่า เมื่อปลูกข้าวแล้ว ย่อมได้ข้าว อันเป็นสภาวธรรม แต่เกิดไปอยากไปยึดให้มันรวย คือขายได้ราคาดี   ตามความเป็นจริงอย่างปรมัตถ์แล้วจึงเป็นคนละเหตุปัจจัยกัน คือปลูกข้าวย่อมได้ข้าวเป็นเหตุปัจจัยหนึ่ง  ส่วนการขายข้าวเป็นอีกเหตุปัจจัยหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับเหตุดังเช่นความต้องการของตลาด(demand)   จึงย่อมไม่สามารถเนื่องสัมพันธ์กันได้กับสภาวธรรมึวามจริงของการปลูกข้าวย่อมได้ข้าว  แต่ด้วยความไม่รู้คืออวิชชาจึงไม่เห็นตามความเป็นจริง จึงคิดไปยึดเป็นไปดังนั้นเอง   กล่าวคือ ไปมองเห็นหรือเข้าใจว่าทำดีแล้วไม่รวย  หรือทำไมทำดีแล้วยังมีเหตุแห่งทุกข์มากระทบอีก   หรือคนทำชั่วทำไมถึงรวย  คือไปมองในมุมมองที่ผิดไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกัน   มองตามความเห็นความเข้าใจและความต้องการของตนเป็นสำคัญจึงเอาไปคิดว่าเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันด้วยความไม่รู้หรืออวิชชานั่นเอง   และเพราะว่าวิบากกรรม(ผลที่ได้รับจากการกระทำ)เป็นอจินไตย  ไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงให้เป็นสูตรตายตัวได้เท่านั้นเอง ผลกรรมนั้นจึงเพียงไปแสดงออกในรูปแบบอื่นโดยไม่รู้เท่านั้นเอง   ดังนั้นจึงอย่าท้อแท้ด้วยมิจฉาทิฏฐิ    เพราะว่าทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว  นั้นเป็นสภาวธรรมอันเที่ยงแท้แน่นอนเป็นที่สุดอย่างหนึ่งเช่นกัน  และเกิดขึ้นแก่จิต ณ ขณะนั้นโดยทันทีด้วยเช่นกัน เพียงแต่เป็นไปโดยการซึมซาบย้อมจิตของท่านโดยไม่รู้ตัว

 

 

กลับหน้าเดิม

กลับสารบัญ

 

 

 

 

hit counter